พารามิเตอร์ทางเทคนิคที่สำคัญ:
ความเร็วลม: 0.3-0.5 ม./วินาที ที่ช่องเปิดประตูตู้ ต้องมีความเร็วลมที่คงที่เพื่อหลีกเลี่ยงการปั่นป่วนของกระแสลม
ปริมาตรไอเสีย: 1,000-3,000 ม.³/ชม. ต้องเข้ากันได้กับพัดลมและท่อนำอากาศ
วัสดุ: PP ทนกรดและด่าง (สำหรับการทดลองทางเคมี), สแตนเลสทำความสะอาดง่าย (สำหรับการทดลองทางชีวภาพ), แผ่นเหล็กกล้ารีดเย็นราคาประหยัด
ประตูตู้: ประตูยกแนวตั้งเป็นตัวเลือกหลัก ใช้งานง่าย และปรับความสูงในการเปิดได้
อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย: ประกอบด้วย สัญญาณเตือนความเร็วลม สวิตช์จำกัดประตูตู้ กระจกป้องกันการระเบิด และปุ่มระบายอากาศฉุกเฉิน
- ระบบบูรณาการน้ำ ไฟฟ้า แก๊ส และระบบระบายอากาศ
- มีปลั๊กไฟแบบอเนกประสงค์เพื่อความสะดวกในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในระหว่างการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ
- วาล์วเปิดเร็วเพื่อให้เข้าถึงน้ำได้ง่ายในระหว่างการทดลอง
- บานหน้าเป็นแบบบานเลื่อนกระจกแนวตั้ง
- พัดลมระบายอากาศความเร็วต่ำที่ติดตั้งด้านบนเพื่อกำจัดก๊าซที่เป็นอันตรายหรือมีกลิ่นที่เกิดขึ้นระหว่างการทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อ่างล้างสเตนเลสเสริมที่ติดตั้งไว้ที่ด้านล่างของพื้นผิวการทำงาน ช่วยให้ล้างและระบายน้ำยาฆ่าเชื้อและสารตกค้างจากการทดลองออกไปได้อย่างปลอดภัย ช่วยให้มั่นใจได้ถึงสภาพแวดล้อมห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
แนวทางการใช้งานและจุดบำรุงรักษา
ก่อนใช้งาน: ตรวจสอบความเร็วพัดลม อุปกรณ์แจ้งเตือน และการปิดผนึกท่อ หลังจากเปิดเครื่องแล้ว ให้รอจนกว่าการไหลเวียนของอากาศจะคงที่ (3-5 นาที) ก่อนใช้งาน
ระหว่างการใช้งาน: ช่องเปิดประตูตู้ไม่ควรเกิน 50 ซม. วางอุปกรณ์ไว้ด้านหลังตู้ ห้ามวางวัสดุไวไฟหรือวัตถุระเบิดไว้ภายใน (ยกเว้นรุ่นป้องกันการระเบิด)
การบำรุงรักษาประจำวัน: ทำความสะอาดตู้เป็นประจำ ตรวจสอบความเร็วพัดลมทุกสัปดาห์ ทำความสะอาดท่อทุกเดือน เปลี่ยนตัวกรองตามความจำเป็น และดำเนินการตรวจสอบครั้งใหญ่ทุกปี
ตู้ดูดควันถือเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และการออกแบบต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการป้องกัน ความสะดวกในการใช้งาน และต้นทุนการบำรุงรักษา การใช้งานและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีจากการทำงานได้อย่างมาก และช่วยปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากร